ข้ามไปเนื้อหาหลัก
VGTopup
ค้นหา...
Punishing: Gray Raven
Action RPG

Punishing: Gray Raven

Kuro Games

แพลตฟอร์มAndroid
ภูมิภาคGlobal
ภาษาEnglish
เติมเงินทันที

เกี่ยวกับเกมนี้

Punishing: Gray Raven: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับเกม Action RPG สุดมันส์จาก Kuro Games

บทนำและข้อมูลเบื้องต้น

Punishing: Gray Raven (PGR) คือเกม 3D Action RPG ระดับปรากฏการณ์จาก Kuro Games — เป็นเกมมือถือที่มีสไตล์โดดเด่นและเน้นทักษะการเล่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับสตูดิโอก่อนการมาถึงของ Wuthering Waves ตัวเกมมีฉากหลังเป็นโลกหลังหายนะที่ถูกรุกรานโดยไวรัส Punishing คุณจะได้รับบทเป็น "ผู้บัญชาการ" (Commandant) ของหน่วย Gray Raven นำทีมเหล่า "คอนสตรักต์" (Constructs) มนุษย์จักรกลเข้าต่อสู้ในระบบคอมโบที่ลื่นไหลกับฝูงจักรกล Corrupted เกมนี้เป็นการผสมผสานระหว่างงานภาพสไตล์อนิเมะเข้ากับเนื้อเรื่องไซเบอร์พังค์ที่หม่นหมอง ระบบกาชาที่ท้าทาย และหนึ่งในระบบการต่อสู้ที่เน้นการแสดงฝีมือมากที่สุดบน Android

หลังจากเปิดตัวทั่วโลกในช่วงกลางปี 2021 PGR ได้พัฒนาจนกลายเป็นเกม Live Service ที่มีเนื้อหาแน่นหนา มีการคอลแลบบอเรชัน (Crossover) ในเวลาจำกัด (Bayonetta, NieR, DJMAX) การอัปเดตสมดุลอย่างต่อเนื่อง และระบบเศรษฐกิจในเกมที่ขึ้นชื่อว่าใจดีสำหรับสายฟรี (F2P) เมื่อเทียบกับมาตรฐานเกมกาชาทั่วไป เกมนี้เหมาะสำหรับผู้เล่นที่ต้องการ Action ในเกม Action RPG อย่างแท้จริง — ทั้งจังหวะการหลบ การปัดป้อง (Parry) การหมุนเวียนออร์บ และการทำคอมโบกลางอากาศ — มากกว่าการกดออโต้ หากคุณกำลังลังเลระหว่าง Honkai Impact 3rd, Genshin และ PGR สำหรับเกมแนวหุ่นยนต์อนิเมะเกมถัดไป PGR คือคำตอบสำหรับผู้ที่ชอบความท้าทายและทักษะการเล่นระดับสูง

คู่มือนี้จะสรุปทุกสิ่งที่ผู้บัญชาการหน้าใหม่หรือผู้ที่กลับมาเล่นจำเป็นต้องรู้: ระบบการเล่น, บทบาทของคอนสตรักต์, ระบบกาชา, การพัฒนาตัวละคร, โหมด Endgame และการเติมเงิน — ครบถ้วนในที่เดียว

หัวข้อ รายละเอียด
ชื่อเกม Punishing: Gray Raven
ผู้จัดจำหน่าย Kuro Games
ผู้พัฒนา Kuro Game Studio (Shanghai)
แพลตฟอร์ม Android (มีใน iOS และ PC Client ด้วย)
ภูมิภาค Global (มีเซิร์ฟเวอร์ EN/JP/KR)
แนวเกม 3D Action RPG / Hack-and-Slash / กาชา
วันเปิดตัว (Global) กรกฎาคม 2021
รูปแบบการสร้างรายได้ Free-to-play พร้อมระบบกาชาและ Battle Pass
เว็บไซต์ทางการ pgr.kurogames.com

Punishing: Gray Raven คืออะไร?

Punishing: Gray Raven คือเกม 3D Action RPG แบบเรียลไทม์ที่คุณจะได้ควบคุมทีมคอนสตรักต์ 3 สมาชิก — ทหารกึ่งมนุษย์สังเคราะห์ที่แบกรับจิตสำนึกของเหล่าฮีโร่ที่ล่วงลับ — ในภารกิจตะลุยฟันกับเหล่า Corrupted หรือจักรกลที่ถูกบิดเบือนโดยไวรัส Punishing โลกได้ล่มสลายลงแล้ว มนุษยชาติที่เหลือรอดอาศัยอยู่บนยานอวกาศ Babylonia และสถานีไม่กี่แห่งอย่าง Hykros ในฐานะผู้บัญชาการของหน่วย Gray Raven คุณจะได้สั่งการ Lucia, Lee, Liv, Karenina และพันธมิตรอีกมากมายเพื่อทวงคืนพื้นโลกทีละโซน

ระบบการต่อสู้คือจุดเด่นที่สุด แทนที่จะเป็นการกดโจมตีแบบออโต้ PGR ใช้ระบบ การหมุนเวียนออร์บ (Orb Rotation): ทุกการโจมตีปกติจะได้รับออร์บหนึ่งในสามสี (แดง, เหลือง, น้ำเงิน) ที่ผูกกับสกิลของคอนสตรักต์แต่ละตัว และการเรียงออร์บสีเดียวกันสามลูกจะช่วยปลดปล่อย "ท่าไม้ตายเฉพาะตัว" เมื่อรวมกับระบบ Dodge-to-Matrix (การหลบแบบสมบูรณ์เพื่อหน่วงเวลา) และระบบ QTE chains (การเรียกเพื่อนร่วมทีมออกมาโจมตีสนับสนุน) ทำให้ระบบการต่อสู้ของเกมนี้ใกล้เคียงกับ Devil May Cry หรือ Bayonetta มากกว่าเกมกาชามือถือทั่วไป

ผู้เล่นหลงรักเกมนี้จากสามสิ่ง: เพดานทักษะการต่อสู้ที่สูง, การออกแบบตัวละครและเนื้อเรื่อง (คอนสตรักต์แต่ละตัวมีหลาย "เฟรม" หรือเวอร์ชันทางเลือกที่มีอาวุธและธาตุต่างกัน) และ ระบบเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสายฟรี ซึ่งการันตีตัวละครลิมิเต็ดทุกตัวด้วยระบบ Pity ที่สมเหตุสมผล ชุมชนผู้เล่นอาจไม่ใหญ่ยักษ์แต่มีความภักดีสูง และมีการอัปเดตแพตช์ทุกๆ ประมาณ 6 สัปดาห์พร้อมบทใหม่ๆ คอนสตรักต์ระดับ S และการรีรัน หากคุณต้องการเกมแอ็กชันมือถือที่มีความลึก งานภาพสไตล์ Cel-shaded ที่สวยงาม และเนื้อเรื่องที่เข้มข้น PGR คือคำตอบ แต่ถ้าคุณต้องการเกมแนว Auto-battler ชิลๆ อาจจะต้องมองหาเกมอื่น

ระบบการเล่นหลักและฟีเจอร์

ลูปการเล่นของ PGR มีความลึกซึ้งกว่าที่เห็นจากภายนอก นี่คือเสาหลักสำคัญที่กำหนดการต่อสู้และการพัฒนาในระยะยาว

  • จัดทีม 3 คอนสตรักต์: นำคอนสตรักต์เข้าฉากได้ 3 ตัว สลับตัวได้อิสระผ่านระบบ QTE หรือการสลับตัวด้วยตนเองเพื่อสร้างคอมโบต่อเนื่องและใช้ความได้เปรียบทางธาตุ
  • การต่อสู้ระบบออร์บ: การโจมตีปกติจะสุ่มดึงออร์บสีออกมา การจับคู่สีเดียวกัน 3 ลูกจะเปิดใช้งานสกิลที่มีพลังทำลายล้างสูง
  • การโจมตี 3-Ping: การรวมออร์บสีเดียวกัน 3 ลูก (เรียกว่า "3-Ping") คือหัวใจสำคัญของการทำดาเมจ การกดผิดอาจทำให้ DPS ลดลงอย่างมากแม้ตัวละครจะมีสเตตัสสูงก็ตาม
  • Matrix Mode (การหลบหลีก): การหลบในจังหวะที่พอดีจะทำให้ศัตรูช้าลงในสถานะ Matrix เปิดโอกาสให้ทำคอมโบฟรี — นี่คือทักษะที่สำคัญที่สุดในเกม
  • ระบบ QTE Chain: สกิลบางอย่างจะทำให้ศัตรูติดสถานะ (ชะงัก, อ่อนแอ, แช่แข็ง) ซึ่งจะเรียกเพื่อนร่วมทีมออกมาโจมตีฟรี ช่วยให้การต่อสู้ลื่นไหลเป็นเนื้อเดียวกัน
  • ความสอดคล้องของธาตุและคลาส: คอนสตรักต์มีบทบาทเป็น Attacker, Tank, Amplifier และ Support และใช้ธาตุ ไฟ, น้ำแข็ง, สายฟ้า, มืด, กายภาพ และแสง ซึ่งมีการแพ้ชนะทางกัน
  • ระบบเฟรม (Frame): ตัวละครแต่ละตัว (Lucia, Liv, Bianca, Karenina ฯลฯ) มีหลายเฟรม (ร่าง/อาวุธ/ธาตุ ต่างกัน) โดยปกติจะแบ่งระดับเป็น A, S หรือสูงกว่า
  • Memories (อุปกรณ์): ระบบสวมใส่ 6 ช่องพร้อมโบนัสเซต (2 ชิ้น + 4 ชิ้น หรือ 6 ชิ้น เช่น Hypothesis, Einstein หรือ Bohr) แต่ละชิ้นมีสเตตัสหลักและสเตตัสรองให้สุ่ม
  • Skill Orbs และ Passive Matrices: อัปเกรดความสามารถด้วย Skill Orbs และปรับแต่งคอนสตรักต์เพิ่มเติมผ่านระบบ Resonance/Matrix เพื่อรับบัฟถาวร
  • อาวุธประจำตัว (Signature Weapons): คอนสตรักต์แต่ละตัวมีอาวุธเฉพาะที่หาได้จากตู้กาชาอาวุธหรือเศษชิ้นส่วน ซึ่งจะมอบความสามารถพิเศษที่เพิ่มพลังอย่างมหาศาล
  • ตู้กาชา: มีทั้งตู้มาตรฐาน, ตู้เพิ่มเรตตัวละคร และตู้เพิ่มเรตอาวุธ — ทั้งหมดมีระบบการันตี (Pity) ที่ให้คุณเลือกตัวละครระดับ S ที่ต้องการได้หลังจากสุ่มครบจำนวนที่กำหนด
  • การเล่นข้ามแพลตฟอร์ม: ใช้บัญชีเดียวกันได้ทั้งบน Android, iOS และ PC Client ข้อมูลบันทึกและกาชาเหมือนกันทุกประการ

อธิบายระบบการหมุนเวียนออร์บ (Orb Rotation)

ระบบออร์บคือสิ่งที่แยกผู้บัญชาการที่มีฝีมือออกจากคนกดปุ่มมั่ว ทุกคอมโบการโจมตีปกติจะปรากฏออร์บสีที่ด้านล่างของหน้าจอ การกด 2 ลูกสีเดียวกัน (2-Ping) จะใช้สกิลที่แรงขึ้นปานกลาง ส่วนการกด 3 ลูกสีเดียวกัน (3-Ping) จะใช้ท่าไม้ตายเฉพาะตัว ซึ่งเป็นแหล่งดาเมจหลัก การเล่นที่เหมาะสมที่สุดคือ การบริหารออร์บผ่านการสลับตัวและการทำคอมโบสั้นๆ เพื่อสร้าง 3-Ping ซ้ำๆ ในขณะที่เก็บเกจท่าไม้ตายใหญ่ (Ultimate) ไว้ใช้ในช่วงที่บอสเปิดช่องโหว่

คอนสตรักต์แต่ละตัวยังมีสกิลติดตัว (Passive) ที่ตอบสนองกับออร์บต่างกัน เช่น Liv: Eclipse จะเปลี่ยนออร์บบางสีหลังจากใช้ท่าไม้ตาย ขณะที่ Karenina: Ember จะฟื้นฟูออร์บสีเฉพาะเมื่อจบคอมโบ การจดจำ "การหมุนเวียน" (Rotation) ของแต่ละตัวละครคือทักษะสำคัญในโหมด Endgame อย่าง Pain Cage และ Phantom Pain Cage

การหลบ (Dodge), การปัดป้อง (Parry) และจังหวะใช้ท่าไม้ตาย

การหลบใน PGR ไม่ใช่แค่การหนี แต่มันคือเครื่องมือโจมตี การหลบที่สมบูรณ์แบบจะเปิดใช้งาน Matrix Mode ทำให้ศัตรูช้าลงประมาณ 2 วินาทีและเพิ่มโบนัสดาเมจ คอนสตรักต์ระดับท็อปหลายตัว (เช่น Lucia: Crimson Abyss, Roland: Wildfire) ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นการเล่นในจังหวะ Matrix นี้ ส่วนตัวละครอื่นๆ อาจมี Parry Frames ในบางท่าโจมตี ทำให้สามารถรับการโจมตีหนักๆ ได้และสวนกลับเป็นดาเมจ

ท่าไม้ตาย (Ultimate) จะสร้างความเสียหายมหาศาลและมักมีแอนิเมชันที่สวยงาม การเก็บท่าไม้ตายไว้ใช้ในช่วงที่บอส ติดสตันหรือหมดแรง (หลังจากทำลายเกจป้องกันได้) คือวิธีทำคะแนนสูงสุดในโหมด War Zone และ Pain Cage

เซต Memory และการสุ่มสเตตัส

Memories คือระบบ "อาร์ติแฟกต์" ของ PGR: มี 6 ช่อง (หมายเลข 1–6) แต่ละช่องมีประเภทสเตตัสที่กำหนดไว้ (เช่น ช่อง 5 คือดาเมจหลัก %, ช่อง 6 คือคริติคอล) เซตยอดนิยมในปัจจุบันได้แก่:

  • Hypothesis — เซต DPS สารพัดประโยชน์ที่แข็งแกร่ง
  • Einstein-Verus — เซตระดับท็อปสำหรับตัวทำดาเมจหลักที่เน้นคริติคอล
  • Bohr — เซตที่เหมาะสำหรับธาตุมืด/สายฟ้า
  • Schrodinger — เน้นการเพิ่มดาเมจแบบเฉพาะตัว แม้จะใช้ยากแต่ทรงพลัง

Memory แต่ละชิ้นมีสเตตัสหลักหนึ่งอย่างและสเตตัสรองสูงสุดสี่อย่าง (ATK%, Crit Rate, Crit DMG ฯลฯ) เช่นเดียวกับเกมกาชาทั่วไป ช่วงท้ายเกมคือการ สุ่มสเตตัสรองใหม่ (Re-rolling) เพื่อให้ได้ค่าที่สมบูรณ์แบบที่สุด

คอนสตรักต์และเฟรม (Frames)

"ตัวละคร" หนึ่งตัว (เช่น Lucia) สามารถมีได้หลาย เฟรม — ซึ่งก็คือร่างคอนสตรักต์ที่ต่างกันแต่เป็นบุคคลเดียวกัน อย่างในแพตช์ล่าสุด Lucia มีทั้งร่าง Dawn (ระดับ A), Crimson Abyss (S), Plume (S) และ Lotus (ระดับลิมิเต็ด S-Plus) แต่ละเฟรมถือเป็นตัวละครแยกกันโดยสิ้นเชิง มีอาวุธ ธาตุ และชุดสกิลของตัวเอง ระบบนี้ช่วยให้คุณสามารถลงทุนกับตัวละครที่คุณรักได้ในหลายๆ บทบาท

เคล็ดลับและกลยุทธ์ระดับโปร

ระดับเริ่มต้น (เลเวล 1–60)

  1. เน้น 3-Ping เสมอ อย่ากดโจมตีปกติรัวๆ การโจมตีปกติทำดาเมจได้น้อยมาก หัวใจของเกมคือการใช้สกิลผ่านคอมโบออร์บ 3 ลูก — ฝึกฝนเรื่องนี้ในโหมดฝึกสอนให้ชำนาญ
  2. รีไอดีได้ถ้าต้องการ แต่ตู้มาตรฐานก็แข็งแกร่งพอ เกมมีตัวเลือกตัวละครระดับ A ฟรี และการันตีระดับ S จากตู้มาตรฐานที่ 300 สุ่ม ซึ่งเพียงพอต่อการเริ่มต้น ไม่จำเป็นต้องเสียเวลา 50 ชั่วโมงเพื่อรีไอดี
  3. ทุ่มทรัพยากรให้ตัวทำดาเมจ (DPS) หลักเพียงตัวเดียวก่อน การกระจายทรัพยากรคือความผิดพลาดอันดับหนึ่ง เลือกตัว Attacker ระดับ S หนึ่งตัว อัปสกิลให้เต็ม หาอาวุธประจำตัว และเซต Memory 4 ชิ้นให้ครบก่อนจะไปปั้นตัวอื่น
  4. ทำกิจกรรมล็อกอินสำหรับผู้เล่นใหม่ให้ครบ เซิร์ฟเวอร์ Global มีกิจกรรมสำหรับมือใหม่ที่แจกตัวเลือกตัวละครระดับ S ฟรี, Black Cards และเศษ Memory — อย่าปล่อยให้หมดอายุ
  5. ทำภารกิจ Bulletin ทุกวัน เพื่อรับ Stamina, Black Cards, EXP และวัตถุดิบอัปเกรด การข้ามภารกิจเหล่านี้จะทำให้คุณเสียเปรียบในระยะยาว
  6. อย่าเพิ่งรีสเตตัส Memory ที่ต่ำกว่า 5 ดาว ทรัพยากรในการรีสเตตัสมีจำกัดในช่วงแรก ควรเก็บไว้ใช้กับ Memory 5-6 ดาวที่มีสเตตัสรองดีๆ เท่านั้น
  7. รีบเคลียร์เนื้อเรื่องหลักให้ถึงบท 10+ โดยเร็ว เนื้อเรื่องจะแจก Black Cards, Cogs และเซต Memory จำนวนมาก ซึ่งคุ้มค่ากว่าการไปฟาร์มด่านย่อย
  8. ใช้ตั๋วสุ่มฟรีกับตู้มาตรฐาน อย่าใช้ Black Cards เก็บ Black Cards ไว้ใช้กับตู้ลิมิเต็ดเท่านั้น ตู้มาตรฐานควรใช้ตั๋วที่ได้จากกิจกรรม

ระดับกลาง (เลเวล 60–80, เริ่มสร้างทีมที่สอง)

  1. สร้างทีมตามธาตุ โหมด Endgame จะสลับจุดอ่อนธาตุทุกสัปดาห์ การมีตัว DPS หนึ่งตัวต่อหนึ่งธาตุ (ไฟ, น้ำแข็ง, สายฟ้า, มืด, กายภาพ) จะช่วยให้คุณทำคะแนนได้ดีทุกสัปดาห์
  2. ฝึกจังหวะการหลบ Matrix กับบอส บอสแต่ละตัวมีท่าโจมตีที่ดูออกได้ การเรียนรู้จังหวะเหล่านี้จะเปลี่ยนการเคลียร์ด่านจาก 30 วินาทีเหลือเพียง 12 วินาทีใน Pain Cage
  3. ใช้คอนสตรักต์ที่ส่งเสริมกันเพื่อทำ QTE Loop หลายทีมระดับท็อปใช้ตัวละครสองตัวที่ QTE สามารถต่อยอดกันได้ (เช่น Selena: Tempest + Bianca: Veritas) เพื่อให้ได้บัฟดาเมจเกือบตลอดเวลา
  4. เก็บ Black Cards ไว้สำหรับตู้ตัวละคร + อาวุธที่มาคู่กัน ตู้ลิมิเต็ดส่วนใหญ่มักมาพร้อมอาวุธประจำตัว ควรวางแผนงบประมาณไว้ประมาณ 250 สุ่มสำหรับทั้งสองตู้
  5. ใช้ Pain Cage เป็นสนามฝึกซ้อม นี่คือโหมดวัดฝีมือที่ดีที่สุด การเคลียร์บอสให้ต่ำกว่า 30 วินาทีต้องอาวุธและการหมุนเวียนออร์บที่เกือบสมบูรณ์แบบ

ระดับสูง (Endgame, War Zone และ Phantom Pain Cage)

  1. ปรับแต่งสเตตัสรองให้ตรงสาย ตัว DPS กายภาพต้องการ Crit Rate → Crit DMG → ATK% ส่วนสายธาตุต้องการ Element DMG% → Crit DMG ศึกษาลำดับความสำคัญของแต่ละตัวละครให้ดี
  2. กลยุทธ์การสุ่ม: อย่าใช้ Black Cards จนหมดเกลี้ยง เมื่อมีทีมหลักแล้ว ควรสำรองไว้ 200–300 สุ่มเสมอสำหรับการรีรันของเฟรมลิมิเต็ดที่คุณพลาดไป
  3. อัปเกรดอาวุธประจำตัวผ่านการแลกเศษ เศษอาวุธลิมิเต็ดมีให้แลกในร้านค้า แม้สายฟรีก็สามารถทำอาวุธประจำตัวให้เต็มได้เมื่อเวลาผ่านไป
  4. ลง War Zone ด้วยสองทีม การแบ่งคอนสตรักต์ตัวท็อปออกเป็นสองทีมจะช่วยให้ทำคะแนนรวมได้ดีกว่าการทุ่มทุกอย่างลงในทีมเดียว
  5. ติดตามรอบของ Meta ก่อนสุ่ม คอนสตรักต์ระดับ S มักจะเก่งอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน แต่ Power-creep ก็มีอยู่จริงในร่าง "S-Plus" ใหม่ๆ (เช่น Lucia: Lotus, Vera: Garnet) เลือกสุ่มตัวที่รักแต่ต้องคำนึงถึงความเก่งด้วย

ตัวละครและบทบาท

ภาพรวมของคอนสตรักต์หลักและหน้าที่ของพวกเขา (ข้อมูลนี้อาจเปลี่ยนแปลงตามแพตช์)

คอนสตรักต์ (เฟรม) บทบาท ธาตุ หมายเหตุ
Lucia: Crimson Abyss Attacker (DPS) มืด ตัวระดับ S ยอดนิยม; เชี่ยวชาญการหลบ Matrix
Lucia: Lotus Attacker (DPS) สายฟ้า ระดับ S-Plus, ตัวทำดาเมจหลักยุคใหม่
Liv: Eclipse Amplifier แสง ฮีล + บัฟดาเมจ, หัวใจสำคัญของทีมป้องกัน
Liv: Empyrea Attacker สายฟ้า Burst DPS พร้อมความอึดสูง
Bianca: Veritas Amplifier น้ำแข็ง ตัวดีบัฟระดับท็อปสำหรับทีมน้ำแข็ง
Bianca: Stigmata Tank มืด ตัวรับดาเมจแถวหน้า
Karenina: Ember Attacker ไฟ ตัวทำดาเมจระยะประชิดที่คล่องตัวสูง
Karenina: Blast Tank กายภาพ สายแทงค์สวนกลับ, เชี่ยวชาญการ Parry
Roland: Wildfire Attacker ไฟ ท่าไม้ตายหยุดเวลา, ยืดระยะ Matrix
Selena: Tempest Attacker มืด ตัวทำดาเมจมหาศาลพร้อม QTE Loop ที่แข็งแกร่ง
Vera: Garnet Attacker สายฟ้า DPS ระดับ S-Plus, เก่งที่สุดในทีมสายฟ้า
Nanami: Pulse Tank กายภาพ สายแทงค์ที่มาพร้อมโล่ป้องกันทีม
Pulao: Dragontoll Attacker กายภาพ ตัวทำดาเมจกายภาพระดับ S รุ่นล่าสุด
Camu: Crocotta Amplifier/DPS มืด ตัวกึ่งสนับสนุนและทำดาเมจ, เก่งในทีมมืด
Lee: Entropy Attacker มืด เน้นการเคลื่อนที่และการสวนกลับ

เจาะลึกโหมดการเล่น

  • เนื้อเรื่องหลัก (Main Story) — ภารกิจเนื้อเรื่องพร้อมคัตซีนสไตล์ Visual Novel แจกของรางวัลมากมายและปลดล็อกคอนสตรักต์ใหม่ๆ
  • Bulletin (รายวัน) — ด่านฟาร์มทรัพยากรด่วนสำหรับ EXP, Cogs และวัตถุดิบ Memory
  • Pain Cage (รายสัปดาห์) — โหมด Speed-run สู้กับบอส ยิ่งเคลียร์เร็วคะแนนยิ่งสูง เป็นโหมดวัดฝีมือหลัก
  • Phantom Pain Cage — Pain Cage เวอร์ชันยากขึ้นที่มีเงื่อนไขบัฟ/ดีบัฟเพิ่มเติม ของรางวัลดีกว่าเดิม
  • War Zone (รายสัปดาห์) — นำทีมสู้กับฝูงศัตรูและบอสตามธาตุที่กำหนด คะแนนรวมจะกำหนดอันดับและของรางวัล
  • Norman Strategy / Babel Tower (ตามฤดูกาล) — โหมดท้าทายระดับสูงที่มีเงื่อนไขพิเศษและยากที่สุดในเกม
  • Stronghold — ระบบสร้างฐานแบบกึ่ง Idle เพื่อรับทรัพยากร
  • Interludes & กิจกรรมจำกัดเวลา — เนื้อเรื่องเสริมของตัวละครใหม่ มักมาพร้อมมินิเกมและของแจกฟรี
  • Crossovers — กิจกรรมคอลแลบบอเรชัน เช่น NieR: Automata, Bayonetta ซึ่งจะมีตัวละครและสกินพิเศษ

สกุลเงิน, กาชา และระบบเศรษฐกิจ

สกุลเงิน การใช้งาน แหล่งที่มา
Black Cards สกุลเงินพรีเมียมหลัก ใช้สุ่มกาชา กิจกรรม, ภารกิจรายวัน, เนื้อเรื่อง, แลกจาก Rainbow Cards
Rainbow Cards สกุลเงินเติมเงิน แลกเป็น Black Cards ได้ 1:10 เติมเงินเท่านั้น
Cogs เงินในเกม ใช้สำหรับอัปเกรดสกิลและเลเวล ทุกโหมดการต่อสู้
Construct Shards เศษตัวละคร ใช้แลกเฟรมเฉพาะ สุ่มได้ตัวซ้ำ, ร้านค้ากิจกรรม
Skill Orbs วัตถุดิบอัปเกรดสกิลตามธาตุ Bulletin, ภารกิจรายสัปดาห์
Memory Refinement Chips ใช้สำหรับสุ่มสเตตัสรอง Memory รางวัล Pain Cage, กิจกรรม

ระบบการันตี (Pity): ตู้ลิมิเต็ดมีการันตีระดับ S ที่ 60-80 สุ่ม (โอกาส 50% ที่จะได้ตัวหน้าตู้) แต่ระบบ "Sparking" จะช่วยให้คุณได้ตัวที่ต้องการแน่นอนภายในประมาณ 120 สุ่ม ตู้มาตรฐานให้เลือกตัวละคร S ที่ต้องการได้ทุกๆ 60 สุ่ม ส่วนตู้เฉพาะอาวุธมักจะการันตีที่ 100% เมื่อถึงจำนวนที่กำหนด

PGR ถือเป็นเกมที่ เป็นมิตรกับสายฟรี มากที่สุดเกมหนึ่ง เพราะมีการรีรันบ่อย ระบบเลือกตัวละครช่วยลดดวง และกิจกรรมต่างๆ แจก Black Cards จำนวนมาก

การเติมเงิน (Top-Up)

Punishing: Gray Raven ใช้ Rainbow Cards เป็นสกุลเงินเติมเงิน ซึ่งสามารถแลกเป็น Black Cards ได้ในอัตรา 1:10 มีแพ็กเกจตั้งแต่ชุดเริ่มต้นไปจนถึงชุดใหญ่ รวมถึง Pilgrim's Pass (Battle Pass) และ Monthly Card ที่จะค่อยๆ แจก Black Cards ตลอด 30 วัน การเติมเงินครั้งแรกมักจะได้รับ Rainbow Cards เป็นสองเท่า สำหรับผู้เล่นที่ต้องการความสะดวกและเลี่ยงภาษีแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ของเรามีบริการเติมเงิน Punishing: Gray Raven โดยตรงเข้าบัญชีผู้บัญชาการของคุณ ติดตามข้อมูลทางการได้ที่ เว็บไซต์ PGR

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: Punishing: Gray Raven เป็นเกม Pay-to-Win หรือไม่? ตอบ: ไม่ใช่ ฝีมือ ความรู้เรื่องการหมุนเวียนออร์บ และจังหวะการหลบมีผลต่อการเล่นระดับ Endgame มากที่สุด สายเปย์อาจจะได้ตัวละครเร็วกว่า แต่สายฟรีที่ตั้งใจเล่นก็สามารถติดอันดับท็อปได้ทุกโหมด

ถาม: PGR ต่างจาก Honkai Impact 3rd อย่างไร? ตอบ: PGR มีระบบการหมุนเวียนออร์บที่เข้มงวดกว่า แผนที่ขนาดเล็กกว่า และเน้นจังหวะ Parry/Dodge มากกว่า ส่วน Honkai จะมีฉาก Open-world ที่ใหญ่กว่าและเน้นคอมโบต่อเนื่อง PGR มักถูกมองว่าเป็นเกมที่ใช้ทักษะการเล่นสูงกว่าในแง่ของการตอบสนอง

ถาม: ข้อมูลจะซิงค์ระหว่างมือถือและ PC หรือไม่? ตอบ: ใช่ PC Client อย่างเป็นทางการใช้บัญชีเดียวกัน ข้อมูล กาชา และตัวละครจะเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ

ถาม: เนื้อเรื่องหลักยาวแค่ไหน? ตอบ: ประมาณ 60–80 ชั่วโมงสำหรับบทปัจจุบันหากคุณอ่านบทสนทนาทั้งหมด เนื้อเรื่องมีความเข้มข้นและเขียนออกมาได้ดีมากสำหรับเกมแนวนี้

ถาม: ต้องเติมเงินหนักไหมถึงจะผ่านด่าน Endgame? ตอบ: ไม่จำเป็น คุณสามารถผ่าน Pain Cage และ War Zone ระดับสูงได้ด้วยตัว DPS ที่แข็งแกร่งหนึ่งตัวและตัวสนับสนุนที่เหมาะสม การทำเวลาให้ต่ำกว่า 30 วินาทีอาจต้องใช้อาวุธประจำตัว แต่ระดับ S/S+ นั้นสายฟรีไปถึงได้แน่นอน

ถาม: ตัวละครเริ่มต้นตัวไหนที่ควรปั้น? ตอบ: จากตัวเลือกตู้มาตรฐาน Lucia: Crimson Abyss, Liv: Eclipse หรือ Bianca: Veritas ทั้งสามตัวยังเก่งอยู่ Lucia เล่นง่ายที่สุด ส่วน Liv ช่วยเรื่องการฮีลได้ดีมาก

ถาม: ตัวละครใหม่มาบ่อยแค่ไหน? ตอบ: ประมาณทุกๆ 5–6 สัปดาห์สำหรับระดับ S และมีการรีรันสลับกันไป ส่วนร่าง "S-Plus" ระดับเทพจะมาทุกๆ 4–6 เดือน

ถาม: เกมมีระบบ PvP ไหม? ตอบ: ไม่มี PvP แบบเรียลไทม์ มีเพียงการจัดอันดับคะแนน (Leaderboard) ในโหมด Pain Cage และ War Zone ซึ่งเป็นการแข่งทำคะแนนไม่ใช่การสู้กันโดยตรง

ถาม: ภาษาที่รองรับในเวอร์ชัน Global? ตอบ: อังกฤษ, ญี่ปุ่น, เกาหลี, จีนตัวเต็ม และอาหรับบางส่วน เสียงพากย์มี ญี่ปุ่น, จีนกลาง และเกาหลี (ไม่มีพากย์อังกฤษ)

ถาม: เรตกาชาสูงกว่าเกมอื่นไหม? ตอบ: เรตพื้นฐานระดับ S อยู่ที่ประมาณ 1.5% และเริ่มมี Soft Pity ที่สุ่มที่ 60 ซึ่งใจดีกว่า Genshin/Star Rail เล็กน้อย และใกล้เคียงกับ Honkai Impact 3rd

ถาม: ขนาดไฟล์และสเปกเครื่อง? ตอบ: ประมาณ 8–12 GB ขึ้นอยู่กับภาษาและแพ็กเสียง HD เล่นได้ลื่นบนมือถือระดับกลาง (Snapdragon 7-series ขึ้นไป) แต่ถ้าจะปรับสุด 60fps ควรใช้เครื่องระดับเรือธง

ถาม: Kuro Games ยังอัปเดต PGR อยู่ไหมหลังจากเปิดตัว Wuthering Waves? ตอบ: ยังอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองเกมมีทีมพัฒนาแยกส่วนกันภายในบริษัท PGR ยังคงมีแพตช์และเนื้อหาใหม่ๆ ออกมาตามปกติ

บทสรุป

Punishing: Gray Raven คือเกม Action RPG บนมือถือสำหรับผู้เล่นที่ต้องการ เล่น เกมจริงๆ — ทั้งการจดจำท่าบอส การหลบแบบ Matrix การต่อคอมโบ QTE และการบริหารออร์บ เนื้อเรื่องของเกมทำออกมาได้ดีเกินมาตรฐานเกมกาชา ระบบเศรษฐกิจยุติธรรม และการเล่นข้ามแพลตฟอร์มทำให้มันเป็นเกมหลักที่เล่นได้ยาวๆ

เกมนี้ ไม่เหมาะ สำหรับคนที่ชอบเกมแนวปล่อยบอท (Idle) หรือคนที่ไม่ชอบเกมที่ต้องใช้จังหวะและการตอบสนองที่รวดเร็ว ระบบออร์บต้องใช้เวลาเรียนรู้ และถ้าคุณไม่เข้าใจการหมุนเวียนสกิล คุณอาจจะติดอยู่ที่บทที่ 7 ได้ง่ายๆ

สำหรับคนอื่นๆ — แฟนเกมแอ็กชันอนิเมะ, คนที่ชอบ Devil May Cry, หรือคนที่หาเกมที่มีระบบต่อสู้ลึกๆ — PGR คือหนึ่งในเกม Action RPG ที่คุ้มค่าที่สุดบน Android เลือกตัวละครที่ชอบ ฝึกใช้ออร์บให้คล่อง และคุณจะสนุกกับเนื้อหาที่มีให้เล่นได้เป็นปีๆ และเมื่อถึงเวลาต้องเติม Rainbow Cards สำหรับตัวละครลิมิเต็ดตัวถัดไป เว็บไซต์ทางการ และบริการเติมเงินของเราพร้อมสนับสนุนคุณเสมอ

Punishing: Gray Raven - Official Frozen Darkness Trailer

รีวิวจากผู้เล่น

ให้คะแนนเกมนี้และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณกับชุมชน

ตัวเลือกการเติมเงินสำหรับ Punishing: Gray Raven

5 ตัวเลือก · ส่งไว ราคาถูกที่สุด