ข้ามไปเนื้อหาหลัก
VGTopup
ค้นหา...
Amazon

Amazon

Amazon

แพลตฟอร์มMobile/PC
ภูมิภาคGlobal
ภาษาEnglish

เกี่ยวกับเกมนี้

บัตรของขวัญ Amazon: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับการซื้อ การแลกใช้ และการใช้ยอดเงินให้คุ้มค่าที่สุด

บทนำและข้อมูลเบื้องต้น

บัตรของขวัญ Amazon (Amazon Gift Card) คือสกุลเงินดิจิทัลที่แพร่หลายที่สุดในโลกอีคอมเมิร์ซ โดยทำหน้าที่เป็นยอดเงินเติมล่วงหน้าเพื่อเข้าถึงสินค้าหลายร้อยล้านรายการ บริการดิจิทัล และการสมัครสมาชิกต่าง ๆ ของ Amazon ยอดเงินใน Amazon ไม่เหมือนกับเครดิตร้านค้าทั่วไป แต่เปรียบเสมือนเงินสดภายในระบบนิเวศของ Amazon โดยสามารถใช้ชำระค่าสินค้าทั่วไป, หนังสือ Kindle, เพลง MP3, การเช่า Prime Video, การสมัครสมาชิก Amazon Music, เครดิต AWS ในบางภูมิภาค, การสมัครสมาชิก Twitch และแม้แต่สินค้าจากผู้ขายบุคคลที่สามที่จัดส่งผ่านระบบของ Amazon

สำหรับนักช้อป บัตรของขวัญช่วยแก้ปัญหาหลักสามประการ ได้แก่ ช่วยลดความจำเป็นในการผูกบัตรเครดิตกับบัญชีโดยตรง (มีประโยชน์สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันในครอบครัวหรือบัญชีของวัยรุ่น) ช่วยควบคุมการใช้จ่ายให้อยู่ในงบประมาณ และทำให้การส่งของขวัญไปต่างประเทศเป็นเรื่องง่าย โดยผู้รับสามารถแลกรหัสได้ภายในไม่กี่วินาที สำหรับผู้ให้ บัตรนี้ช่วยตัดปัญหาเรื่องการเดาใจผู้รับ เพราะผู้รับสามารถเลือกสินค้า ขนาด และสีที่ต้องการได้ด้วยตนเอง

Amazon ให้บริการบัตรของขวัญในหลายภูมิภาค (เช่น US, UK, DE, JP, CA, AU, IT, FR, ES, IN, MX, BR, NL, SE, PL, TR, SA, AE, SG และอื่น ๆ) โดยบัตรแต่ละใบจะถูกล็อกไว้กับหน้าร้าน (Storefront) ของภูมิภาคที่ออกบัตรเท่านั้น เช่น บัตรสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (US) จะต้องแลกใช้ที่ amazon.com ส่วนบัตรของสหราชอาณาจักร (UK) จะต้องแลกใช้ที่ amazon.co.uk และไม่สามารถใช้แทนกันได้ การทำความเข้าใจเรื่องการล็อกภูมิภาคนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในคู่มือนี้ และเป็นจุดที่ผู้ซื้อครั้งแรกมักจะทำผิดพลาดบ่อยที่สุด

หัวข้อ รายละเอียด
ผู้จัดจำหน่าย Amazon.com, Inc.
ผู้พัฒนา Amazon.com, Inc.
แพลตฟอร์ม เว็บไซต์ (เดสก์ท็อป), iOS, Android, Fire OS, อุปกรณ์ Alexa
ภูมิภาค ทั่วโลก (ล็อกภูมิภาคตามหน้าร้านที่ซื้อ)
หมวดหมู่ บัตรของขวัญดิจิทัล / เครดิตร้านค้าแบบเติมเงิน
ประเภทสกุลเงิน ยอดเงินคงเหลือในบัญชี (ส่วนใหญ่ไม่มีวันหมดอายุ)
รูปแบบการจัดส่ง รหัสดิจิทัล (อีเมล/PDF) หรือบัตรจริง
เว็บไซต์ทางการ amazon.com

คุณสามารถเลือกดูศูนย์รวมบัตรของขวัญได้โดยตรงที่ amazon.com ในหมวด "Gift Cards" ซึ่ง Amazon จะแสดงมูลค่า ดีไซน์ และวิธีการจัดส่งที่มีให้เลือกในแต่ละภูมิภาค

Amazon คืออะไร?

Amazon คือผู้ค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งรายใหญ่ที่สุด ก่อตั้งโดย Jeff Bezos ในปี 1994 โดยเริ่มจากการเป็นร้านขายหนังสือออนไลน์ ปัจจุบัน Amazon มีหน้าร้านเฉพาะในแต่ละประเทศมากกว่า 20 แห่ง และจัดส่งสินค้าไปยังกว่า 100 ประเทศ บัญชี Amazon เพียงบัญชีเดียวสามารถเก็บยอดเงินในกระเป๋าเงิน (Wallet) ซึ่งสะสมมาจากบัตรของขวัญ เครดิตโปรโมชัน การคืนเงิน และการแลกเปลี่ยนสินค้า (Trade-ins) โดยระบบจะหักยอดเงินนี้โดยอัตโนมัติเมื่อชำระเงินก่อนที่จะเรียกเก็บเงินจากวิธีการชำระเงินสำรองอื่น ๆ

บัตรของขวัญ Amazon ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายสามกลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือ นักช้อปทั่วไป ที่ต้องการควบคุมงบประมาณหรือซื้อของโดยไม่ใช้บัตรเครดิต โดยเฉพาะวัยรุ่น นักเรียน และครอบครัวที่มีการจำกัดการใช้จ่าย กลุ่มที่สองคือ ผู้ให้ของขวัญ ที่ต้องการของขวัญที่ผู้รับประทับใจแน่นอน จัดส่งได้ทันทีผ่านอีเมล และเหมาะสำหรับทุกโอกาส เช่น วันเกิด วันหยุด งานแต่งงาน รางวัลสำหรับพนักงาน หรือโอกาสเร่งด่วน กลุ่มที่สามคือ สมาชิกและผู้บริโภคสื่อดิจิทัล ที่ใช้ยอดเงินจากบัตรของขวัญเพื่อชำระค่าสมาชิก Prime, Kindle Unlimited, เครดิต Audible, Amazon Music Unlimited, ช่อง Prime Video, บริการเกมคลาวด์ Luna (ในพื้นที่ที่ให้บริการ) และการสมัครสมาชิก Twitch แทนการใช้บัตรเครดิต

ทำไมผู้คนถึงให้ความสำคัญ: ด้วยความหลากหลายของสินค้าใน Amazon บัตรของขวัญเพียงใบเดียวจึงเปรียบเสมือนบัตรกำนัลที่ "ซื้ออะไรก็ได้บนอินเทอร์เน็ต" ตั้งแต่หนังสือราคาไม่กี่ดอลลาร์ไปจนถึงทีวี OLED ราคาหลักแสน หรือตั้งแต่หนังสือคลาสสิกใน Kindle ไปจนถึงค่าสมาชิก Prime รายปี ยอดเงินเดียวกันนี้สามารถใช้ได้กับทุกอย่าง ประกอบกับการที่ไม่มีวันหมดอายุ (ในสหรัฐฯ, สหภาพยุโรป, สหราชอาณาจักร และตลาดหลักส่วนใหญ่ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค) ทำให้บัตรนี้แทบไม่มีความเสี่ยง ยอดเงินที่ยังไม่ได้ใช้จะรออยู่ในบัญชีจนกว่าผู้ใช้จะต้องการใช้งาน

นอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่ผู้ใช้ใหม่อาจมองข้าม เช่น Amazon มักจะมี โบนัสการเติมเงิน (Reload bonuses) (เช่น เติมเงิน 100 ดอลลาร์เข้าบัญชีและรับเครดิตโปรโมชันเพิ่มฟรี) ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่ชำระด้วยยอดเงินบัตรของขวัญ และขั้นตอนการชำระเงินที่รวดเร็วกว่าเพราะไม่ต้องรอการอนุมัติบัตรเครดิต สำหรับผู้ใช้ต่างประเทศที่ซื้อของจากหน้าร้าน Amazon ต่างประเทศ การใช้บัตรของขวัญยังช่วยเลี่ยงค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่างประเทศจากบัตรเครดิตได้อีกด้วย

คุณสมบัติหลักและฟีเจอร์

  • เข้าถึงสินค้าได้ครอบคลุม — ใช้ซื้อสินค้าได้เกือบทุกอย่างที่ขายโดย Amazon หรือผู้ขายบุคคลที่สามที่ร่วมรายการในหน้าร้านที่เชื่อมโยงกัน
  • ไม่มีวันหมดอายุ — ยอดเงินไม่มีวันหมดอายุในสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, สหภาพยุโรป, แคนาดา, ญี่ปุ่น และตลาดหลักส่วนใหญ่
  • มีหลายมูลค่าให้เลือก — มีทั้งแบบกำหนดราคาตายตัว (เช่น $10, $25, $50, $100) และแบบกำหนดราคาเอง (โดยปกติคือ $0.50–$2,000 ในสหรัฐฯ)
  • จัดส่งดิจิทัลทันที — รหัส eGift จะส่งทางอีเมล มักจะได้รับภายในไม่กี่นาที และรองรับการตั้งเวลาส่งล่วงหน้าสำหรับวันเกิดหรือวันหยุด
  • รูปแบบบัตรจริง — มีทั้งแบบการ์ดอวยพร, กล่องของขวัญ, กล่องเหล็ก และแบบ PDF "พิมพ์เองที่บ้าน" สำหรับการมอบให้ด้วยตนเอง
  • ฟังก์ชันการเติมเงิน (Reload) — หน้า "Reload Your Balance" ช่วยให้ผู้ใช้เติมเงินผ่านบัตรเดบิต/เครดิต หรือการโอนเงินผ่านธนาคาร (ขึ้นอยู่กับภูมิภาค)
  • การเติมเงินอัตโนมัติ (Auto-Reload) — ตั้งค่าการเติมเงินอัตโนมัติเมื่อยอดเงินในบัญชีต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด หรือตั้งตามระยะเวลาที่กำหนด
  • การชำระค่าสมาชิก — ใช้ชำระค่า Prime, ช่อง Prime Video, Audible, Kindle Unlimited, Amazon Music, สมาชิก Twitch และ Luna
  • รวมกับวิธีการชำระเงินอื่นได้ — ระบบจะหักยอดเงินคงเหลือก่อน แล้วค่อยเรียกเก็บส่วนที่เหลือจากบัตรสำรอง
  • สะสมรหัสได้ — สามารถแลกรหัสบัตรของขวัญหลายใบเข้าสู่บัญชีเดียวเพื่อรวมยอดเงินได้
  • ไม่มีค่าธรรมเนียม — ไม่มีค่าธรรมเนียมการซื้อ ไม่มีค่าธรรมเนียมการเปิดใช้งาน และไม่มีค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชี
  • ช่องทางการคืนเงิน — ฝ่ายบริการลูกค้าสามารถคืนเงินเข้าเป็นยอดเงินบัตรของขวัญได้ (บางครั้งเร็วกว่าการคืนเงินเข้าบัตรเครดิต)
  • การซื้อในนามองค์กร / จำนวนมาก — โปรแกรม Amazon Incentives ให้บริการบัตรของขวัญจำนวนมากสำหรับธุรกิจเพื่อใช้เป็นรางวัลพนักงานหรือโปรโมชันลูกค้า
  • กระเป๋าเงินข้ามอุปกรณ์ — ยอดเงินจะอยู่ที่ระดับบัญชี เข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ที่เข้าสู่ระบบ: แอปมือถือ, เดสก์ท็อป, แท็บเล็ต Fire, การสั่งซื้อผ่าน Echo หรือแอปบน Smart TV

กลไกการทำงานของยอดเงิน

เมื่อคุณแลกบัตรของขวัญ Amazon จะเพิ่มเครดิตในบัญชีของคุณตามมูลค่าที่ระบุไว้ในหน้าร้านนั้น ๆ เมื่อถึงขั้นตอนชำระเงิน ระบบจะเลือก "Apply Gift Card Balance" (ใช้ยอดเงินบัตรของขวัญ) เป็นค่าเริ่มต้นหากมียอดเงินเหลืออยู่ โดยจะหักจากยอดเงินนี้ก่อน และจะเรียกเก็บเงินจากบัตรสำรองของคุณเฉพาะส่วนที่เหลือเท่านั้น หากยอดสั่งซื้อทั้งหมดครอบคลุมด้วยยอดเงินบัตรของขวัญและเครดิตโปรโมชัน จะไม่มีการเรียกเก็บเงินจากบัตรเครดิตเลย ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับบัญชีที่ไม่ได้ผูกบัตรเครดิตไว้

สำหรับการสมัครสมาชิกดิจิทัล ยอดเงินนี้จะทำหน้าที่เป็นแหล่งชำระเงินหลัก ตัวอย่างเช่น Amazon Prime จะต่ออายุอัตโนมัติจากยอดเงินบัตรของขวัญหากมียอดเพียงพอในวันที่ต่ออายุ หากยอดเงินไม่พอ ระบบจะไปเรียกเก็บจากบัตรที่ลงทะเบียนไว้แทน ทำให้ยอดเงินบัตรของขวัญเป็นเครื่องมือวางแผนงบประมาณที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการจ่ายค่า Prime, Kindle Unlimited หรือ Audible ล่วงหน้าเป็นปี

การล็อกภูมิภาค — รายละเอียดที่สำคัญที่สุด

บัตรของขวัญแต่ละใบจะถูกผูกไว้กับ หน้าร้านเดียวและสกุลเงินเดียว ณ เวลาที่ซื้อ บัตร USD จะแลกได้เฉพาะที่ amazon.com บัตร GBP จะแลกได้เฉพาะที่ amazon.co.uk บัตร JPY จะแลกได้เฉพาะที่ amazon.co.jp คุณไม่สามารถ:

  • เปลี่ยนบัตร US เป็นยอดเงิน UK
  • แลกบัตร UK ในบัญชี US
  • รวมยอดเงินจากหน้าร้านต่างภูมิภาคเข้าด้วยกัน (แม้ว่าจะใช้อีเมลเดียวกันในหลายภูมิภาคก็ตาม)

กฎนี้ถูกบังคับใช้ผ่านรหัสคำนำหน้าของแต่ละภูมิภาค เมื่อซื้อให้ผู้รับ ควรตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าพวกเขาช้อปปิ้งที่หน้าร้าน Amazon ภูมิภาคใด ไม่ใช่แค่ดูว่าเขาอาศัยอยู่ที่ประเทศไหน เช่น คนไทยที่อาศัยในเยอรมนีอาจจะยังใช้ amazon.com เป็นหลัก ซึ่งในกรณีนี้บัตร US จะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ตัวเลือกการจัดส่งและการปรับแต่ง

บัตร eGift รองรับดีไซน์แบบเคลื่อนไหว, การส่งวิดีโออวยพร (ในภูมิภาคที่รองรับ), การตั้งเวลาส่งล่วงหน้าได้นานถึงหนึ่งปี และข้อความส่วนตัว ส่วนบัตรจริงมีตั้งแต่ซองจดหมายทั่วไปไปจนถึงกล่องของขวัญตามธีมต่าง ๆ ซึ่งเหมาะสำหรับโอกาสที่การมอบของที่จับต้องได้มีความหมายมากกว่าความรวดเร็ว ส่วนบัตร PDF "พิมพ์เองที่บ้าน" เป็นทางเลือกที่อยู่ตรงกลาง คือได้รับทันทีทางอีเมลแต่สามารถพิมพ์ออกมาเป็นของขวัญที่จับต้องได้

เคล็ดลับและกลยุทธ์จากมือโปร

ระดับเริ่มต้น

  1. ยืนยันหน้าร้านของผู้รับก่อนซื้อ ถามผู้รับว่าเขาใช้เว็บไซต์ Amazon ของประเทศไหน (amazon.com vs amazon.co.uk vs amazon.de ฯลฯ) บัตรที่ผิดภูมิภาคคือปัญหาอันดับหนึ่งที่ผู้ใช้ร้องเรียน และ Amazon จะไม่เปลี่ยนภูมิภาคให้หลังการซื้อ
  2. บันทึกรหัสทันที ถ่ายภาพหน้าจอหรือส่งต่ออีเมลไปยังที่อยู่อีเมลสำรอง หากอีเมลต้นฉบับหายและฝ่ายสนับสนุนของ Amazon ไม่สามารถยืนยันการซื้อได้ การกู้คืนจะทำได้ยากมาก
  3. แลกใช้ทันทีที่ได้รับ ไม่ต้องรอชำระเงิน นำรหัสไปเติมในบัญชีของคุณทันทีเพื่อให้ยอดเงินอยู่ในกระเป๋าเงิน วิธีนี้ช่วยป้องกันรหัสถูกขโมยหรือสูญหายในภายหลัง เพราะเมื่อแลกแล้ว ยอดเงินจะผูกกับบัญชี ไม่ใช่ผูกกับรหัสอีกต่อไป
  4. ตรวจสอบ URL เมื่อแลกใช้ แลกใช้ผ่านหน้าเว็บทางการที่ amazon.com/gc/redeem (หรือลิงก์ที่เทียบเท่าในภูมิภาคอื่น) เท่านั้น อย่าแลกใช้ผ่านลิงก์จากอีเมลที่ไม่รู้จัก
  5. ใช้ยอดเงินสำหรับการสมัครสมาชิก การจ่ายค่า Prime, Audible หรือ Kindle Unlimited ล่วงหน้าด้วยยอดเงินบัตรของขวัญเป็นวิธีที่ช่วย "ล็อก" เงินไว้สำหรับบริการที่คุณต้องใช้อยู่แล้ว
  6. รวมยอดเงินย่อย ๆ หากคุณมีบัตรของขวัญใบเล็ก ๆ หลายใบ ให้แลกใช้ทั้งหมดพร้อมกัน Amazon จะรวมยอดเงินทั้งหมดเข้าด้วยกันโดยไม่มีขั้นต่ำ

ระดับกลาง

  1. คอยดูโบนัสการเติมเงิน (Reload) Amazon มักจะมีโปรโมชัน เช่น เติมเงิน $X เข้าบัญชีและรับเครดิตฟรี (มักจะเป็น $5–$15) ตรวจสอบหน้า Reload Your Balance ก่อนเติมเงินเสมอ
  2. ใช้ยอดเงินร่วมกับเครดิตโปรโมชัน เติมเครดิตโปรโมชัน (เช่น เติมเงิน $1 จากการเลือกส่งแบบไม่รีบในวัน Prime Day) บางครั้งเครดิตเหล่านี้ใช้ได้เฉพาะบางหมวดหมู่ ให้ใช้เครดิตเหล่านั้นก่อน แล้วค่อยใช้ยอดเงินบัตรของขวัญทั่วไปกับสินค้าอื่น
  3. ใช้บัตรของขวัญควบคุมการแชร์ Prime หากคุณแชร์บัญชี Prime ในครอบครัวและไม่ต้องการให้คนอื่นใช้บัตรเครดิตของคุณ ให้เติมเงินค่าต่ออายุ Prime ด้วยยอดเงินบัตรของขวัญของคุณเองเท่านั้น
  4. ซื้อจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ร้านค้าปลีกรายใหญ่ (ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านขายยา, ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า) ขายบัตร Amazon ของแท้ หลีกเลี่ยงการซื้อจากบุคคลนิรนามในเว็บประมูล เพราะมีอัตราการฉ้อโกงสูง และ Amazon อาจระงับรหัสที่มาจากแหล่งที่ไม่ถูกต้อง
  5. ใช้ยอดเงินกับสินค้าจากผู้ขายบุคคลที่สาม ผู้ขายส่วนใหญ่ใน Amazon ยอมรับยอดเงินบัตรของขวัญเช่นเดียวกับสินค้าที่ Amazon ขายเอง ดังนั้นคุณจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้าของ Amazon เท่านั้น
  6. วางแผนการซื้อครั้งใหญ่ในช่วงเทศกาล เก็บยอดเงินบัตรของขวัญไว้ใช้ในช่วง Prime Day (กรกฎาคม), Black Friday/Cyber Monday และ Big Deal Days (ตุลาคม) ดีลสายฟ้าแลบ (Lightning deals) หลายอย่างอาจไม่ร่วมโปรโมชันบัตรเครดิตแต่ยังใช้ยอดเงินบัตรของขวัญได้

ระดับสูง

  1. ใช้เครดิต Amazon Trade-In ร่วมกับบัตรของขวัญ เงินที่ได้จากการนำเครื่องเก่ามาแลก (Trade-in) จะได้รับเป็นยอดเงินบัตรของขวัญ ซึ่งสามารถสะสมรวมกับรหัสที่แลกมา ช่วยเพิ่มกำลังซื้อในการอัปเกรดอุปกรณ์ (เช่น แลก Kindle เครื่องเก่าเพื่อซื้อเครื่องใหม่)
  2. เติมเงินล่วงหน้าสำหรับการซื้อดิจิทัลที่เกิดขึ้นประจำ หากคุณซื้อหนังสือ Kindle หรือเครดิต Audible เป็นประจำ การมียอดเงินบัตรของขวัญสำรองไว้จะช่วยลดความวุ่นวายในสเตทเมนต์บัตรเครดิตรายเดือนและทำให้ติดตามค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น
  3. ใช้บัตรของขวัญสำหรับการซื้อข้ามพรมแดนอย่างชาญฉลาด หากคุณซื้อของจากหน้าร้าน Amazon ต่างประเทศ (เช่น คนสหรัฐฯ ซื้อจาก amazon.co.jp) การใช้บัตรของขวัญ JPY จะช่วยเลี่ยงค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงินต่างประเทศของบัตรเครดิตได้ แต่ต้องคำนวณต้นทุนในการซื้อบัตร JPY มาก่อนด้วย
  4. ติดตามยอดเงินผ่านหน้ากิจกรรมบัตรของขวัญ (Gift Card activity) หน้าประวัติจะแสดงการแลกใช้และการใช้จ่ายทุกรายการ มีประโยชน์สำหรับการตรวจสอบหากคุณแลกรหัสจากหลายแหล่ง หรือต้องการยืนยันว่ารางวัลจากบริษัทเข้าบัญชีถูกต้องหรือไม่
  5. สำหรับการให้ของขวัญในนามธุรกิจ ให้ใช้ Amazon Incentives บริษัทที่ต้องการส่งบัตรมากกว่า 10 ใบควรใช้พอร์ทัล Incentives อย่างเป็นทางการแทนการซื้อปลีก เพราะมีส่วนลดตามปริมาณ การใส่แบรนด์ของตัวเอง และการเชื่อมต่อ API สำหรับการส่งรางวัลอัตโนมัติ
  6. ถือว่ายอดเงินคือเงินสดที่ขอคืนไม่ได้ เมื่อแลกใช้แล้ว ยอดเงินบัตรของขวัญไม่สามารถโอนกลับเข้าบัตรเครดิตหรือถอนออกมาได้ ควรวางแผนการแลกใช้เฉพาะเมื่อคุณมั่นใจว่าจะซื้อของใน Amazon และหลีกเลี่ยงการเติมเงินมากเกินความจำเป็นในช่วง 6–12 เดือน

รุ่น, มูลค่า และรูปแบบการจัดส่ง

Amazon แบ่งประเภทบัตรของขวัญตามมูลค่า รูปแบบ (ดิจิทัล vs บัตรจริง) ธีมดีไซน์ และวัตถุประสงค์พิเศษ ตารางด้านล่างสรุปตัวเลือกหลักที่มีในภูมิภาคส่วนใหญ่

รูปแบบ เวลาในการจัดส่ง การปรับแต่ง เหมาะสำหรับ
eGift Card (อีเมล) ไม่กี่นาที ดีไซน์, ข้อความ, ตั้งเวลา ของขวัญเร่งด่วน, ผู้รับอยู่ต่างประเทศ
พิมพ์เองที่บ้าน (PDF) ทันที ดีไซน์, ข้อความ มอบให้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องรอส่งของ
บัตรจริง (ไปรษณีย์) 1–7 วันทำการ การ์ด, กล่อง, กล่องเหล็ก การมอบของขวัญแบบดั้งเดิม, งานแต่งงาน
บัตรจริง (ร้านค้าปลีก) ทันทีที่ร้าน ดีไซน์จำกัด ผู้ซื้อด้วยเงินสด, การให้ของขวัญแบบไม่ระบุตัวตน
กล่องของขวัญพิมพ์เอง ทันที + ทำเอง เทมเพลตตามธีม ผู้ที่ชอบงานประดิษฐ์, ของขวัญกลุ่ม
องค์กร / จำนวนมาก แตกต่างกันไป ใส่แบรนด์ได้ รางวัลพนักงาน, โปรโมชัน B2B

มูลค่าบัตรจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาคและรูปแบบ ในสหรัฐฯ บัตรแบบกำหนดมูลค่าเองมักจะรับตั้งแต่ $0.50 ถึง $2,000 ต่อการซื้อหนึ่งครั้ง ส่วนบัตรจริงในร้านค้าปลีกมักจะมีราคา $15, $25, $50, $100 และบางครั้งอาจถึง $200 หรือ $500 สำหรับภูมิภาคอื่น ๆ เช่น สหราชอาณาจักร เยอรมนี และญี่ปุ่น ก็มีช่วงราคาที่ใกล้เคียงกันในสกุลเงินของตน ส่วนในอินเดีย (amazon.in) มีมูลค่าเริ่มต้นเพียง ₹10 ไปจนถึง ₹10,000 ต่อใบ

รุ่นพิเศษ

  • การสมัครสมาชิก Amazon Prime เป็นของขวัญ — เป็นผลิตภัณฑ์เฉพาะ (แยกจากบัตรเติมเงิน) สำหรับมอบสมาชิก Prime แบบ 1 เดือน, 3 เดือน หรือ 12 เดือนโดยตรง ผู้รับไม่ต้องแลกยอดเงิน แต่สมาชิกจะเปิดใช้งานในบัญชีของพวกเขาเลย
  • การสมัครสมาชิก Audible เป็นของขวัญ — คล้ายกับ Prime โดยมีแพ็กเกจ 1, 3, 6 หรือ 12 เดือน
  • การสมัครสมาชิก Kindle Unlimited — สามารถมอบเป็นของขวัญแบบ 6, 12 หรือ 24 เดือนได้ในหลายภูมิภาค
  • บัตรของขวัญ Amazon.com ในสกุลเงินต่างประเทศ — ร้านค้า Amazon บางภูมิภาคอาจขายบัตรของภูมิภาคอื่น แต่ความพร้อมจำหน่ายไม่แน่นอน ควรซื้อจากหน้าร้านปลายทางโดยตรงเพื่อป้องกันความสับสน

กรณีการใช้งานทั่วไปและตัวอย่างจริง

การชำระค่าสมาชิกโดยไม่ใช้บัตรเครดิต

วัยรุ่น นักเรียน หรือครอบครัวที่ต้องการควบคุมงบประมาณอาจต้องการใช้ Amazon Prime, Kindle Unlimited หรือ Audible แต่ไม่ต้องการผูกบัตรเครดิต วิธีการคือ: ซื้อบัตรของขวัญที่มีมูลค่าเท่ากับค่าสมาชิกรายปี (เช่น บัตร $139 สำหรับ Prime US รายปี) แลกใช้ แล้วจึงสมัครสมาชิก Amazon จะหักยอดเงินโดยอัตโนมัติ และสมาชิกจะต่ออายุจากยอดเงินตราบเท่าที่มีเงินเพียงพอ

การส่งของขวัญไปต่างประเทศ

พ่อแม่ในสหรัฐฯ ต้องการส่งของขวัญให้ลูกที่เรียนอยู่ในสหราชอาณาจักร การส่งบัตร Amazon US จะไม่มีประโยชน์เพราะลูกช้อปที่ amazon.co.uk ดังนั้นพ่อแม่จึงควรซื้อบัตรสกุลเงิน GBP จาก amazon.co.uk (โดยสร้างบัญชี UK หรือใช้ guest checkout) ส่งทางอีเมลไปยังบัญชี Amazon UK ของลูก วิธีนี้ช่วยเลี่ยงการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากการใช้บัตรเครดิตซื้อของขวัญโดยตรง

รางวัลพนักงานในองค์กร

บริษัทที่มีพนักงาน 500 คนต้องการมอบโบนัสวันหยุดคนละ $50 โดยใช้ Amazon Incentives ฝ่ายบุคคลจะอัปโหลดรายชื่อผู้รับ แล้ว Amazon จะส่งรหัส eGift ส่วนตัวไปยังอีเมลของพนักงานแต่ละคนตามวันที่กำหนด และบริษัทจะได้รับใบแจ้งหนี้รวมเพียงใบเดียว ผู้รับจะได้รับประสบการณ์เหมือนได้บัตรของขวัญส่วนตัว

การวางแผนงบประมาณและวินัยการใช้จ่าย

ผู้ใช้ที่มักจะซื้อของใน Amazon เกินตัวสามารถจำกัดงบรายเดือนได้โดยการเติมเงินบัตรของขวัญในจำนวนที่กำหนดไว้ในแต่ละเดือน และลบบัตรเครดิตทั้งหมดออกจากบัญชี เมื่อยอดเงินหมด การชำระเงินจะล้มเหลว ทำให้ต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนจะเติมเงินเพิ่ม

การรับเงินคืนที่รวดเร็วขึ้น

เมื่อคืนสินค้า บางครั้ง Amazon จะเสนอ "Instant Refund" (คืนเงินทันที) เข้าเป็นยอดเงินบัตรของขวัญ ซึ่งจะได้รับภายในไม่กี่นาที เมื่อเทียบกับการรอ 5–10 วันทำการสำหรับการคืนเงินเข้าบัตรเครดิต สำหรับนักช้อปที่วางแผนจะซื้อของชิ้นใหม่ทดแทนอยู่แล้ว การเลือกรับเงินคืนเป็นบัตรของขวัญจะช่วยให้ซื้อของชิ้นต่อไปได้เร็วขึ้น

สิ่งที่บัตรของขวัญ Amazon ทำไม่ได้

เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด สิ่งที่ยอดเงินบัตรของขวัญ ไม่สามารถ ใช้ได้มีดังนี้:

  • ซื้อบัตรของขวัญ Amazon ใบอื่น (เพื่อป้องกันการฟอกเงิน)
  • คำสั่งซื้อ Subscribe & Save ในบางภูมิภาค ขึ้นอยู่กับนโยบายการชำระเงินท้องถิ่น
  • การซื้อสินค้าในร้าน Amazon Fresh / Whole Foods บางสาขาในภูมิภาคที่การเชื่อมต่อระบบยังจำกัด
  • โอนยอดเงินไปยังบัญชี Amazon อื่น (ยอดเงินไม่สามารถโอนได้เมื่อแลกใช้แล้ว)
  • ถอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร, PayPal หรือคืนเข้าบัตรเครดิต
  • แลกใช้ข้ามภูมิภาค (เช่น ยอดเงิน US ใช้ใน amazon.co.uk ไม่ได้)
  • การซื้ออุปกรณ์ Kindle บางรุ่นในแพ็กเกจโปรโมชันเฉพาะ
  • การชำระค่าบริการ AWS ในทุกภูมิภาค (เฉพาะโปรแกรมเครดิตโปรโมชัน AWS บางโครงการเท่านั้นที่รับยอดเงินบัตรของขวัญ)

การเข้าใจข้อจำกัดเหล่านี้ก่อนเติมเงินจำนวนมากจะช่วยป้องกันปัญหา "มีเงินเครดิต Amazon อยู่ $500 แต่ใช้ซื้อสิ่งที่ต้องการไม่ได้"

การเติมเงินและการชาร์จยอดเงิน

นักช้อป Amazon ส่วนใหญ่เพิ่มยอดเงินในบัญชีผ่านสามช่องทางหลัก: โดยตรงผ่านหน้า "Reload Your Balance" บน Amazon (ใช้บัตรเดบิต, บัตรเครดิต หรือโอนเงินผ่านธนาคาร), ซื้อบัตรของขวัญแบบกำหนดมูลค่าทั้งแบบบัตรจริงหรือดิจิทัลจาก Amazon เอง หรือซื้อบัตรของขวัญ Amazon จากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต (ซูเปอร์มาร์เก็ต, ร้านขายยา, ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า และแพลตฟอร์มบัตรของขวัญดิจิทัล) ทุกช่องทางจะจบลงที่เดียวกันคือ การแลกรหัสที่ amazon.com/gc/redeem (หรือหน้าเว็บภูมิภาคที่เทียบเท่า) และยอดเงินจะปรากฏในกระเป๋าเงินของบัญชีภายในไม่กี่วินาที สำหรับผู้รับที่อยู่ต่างประเทศหรือในภูมิภาคที่วิธีการชำระเงินท้องถิ่นไม่รองรับการเติมเงิน Amazon โดยตรง การซื้อบัตรของขวัญดิจิทัลผ่านตัวแทนจำหน่ายมักจะเป็นวิธีที่เร็วที่สุด เว็บไซต์ของเราให้บริการเติมเงิน/ชาร์จยอดเงินบัตรของขวัญ Amazon ที่สะดวกสบายในภูมิภาคที่รองรับ โปรดแลกรหัสผ่านหน้าเว็บทางการของ Amazon เท่านั้น อย่าแลกผ่านลิงก์ในอีเมลหรือข้อความที่ไม่รู้จัก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถาม: บัตรของขวัญ Amazon มีวันหมดอายุหรือไม่? ตอบ: ในสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, สหภาพยุโรป, แคนาดา, ญี่ปุ่น และตลาดหลักส่วนใหญ่ ไม่มีวันหมดอายุและไม่มีค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชี บางภูมิภาคอาจมีกฎการหมดอายุตามกฎหมายท้องถิ่น โปรดตรวจสอบเงื่อนไขของบัตรที่คุณซื้อ

ถาม: ฉันสามารถใช้บัตรของขวัญ Amazon US ใน amazon.co.uk ได้หรือไม่? ตอบ: ไม่ได้ บัตรของขวัญจะถูกล็อกไว้กับหน้าร้านและสกุลเงินที่ออกบัตร บัตร US ใช้ได้เฉพาะใน amazon.com เท่านั้น

ถาม: จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันแลกบัตรของขวัญแล้วไม่ได้ใช้เป็นเวลาหลายปี? ตอบ: ยอดเงินจะยังคงอยู่ในบัญชีของคุณ ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม และในภูมิภาคส่วนใหญ่มีกฎหมายห้ามไม่ให้ยอดเงินบัตรของขวัญหมดอายุ

ถาม: ฉันสามารถขอคืนเงินบัตรของขวัญที่ยังไม่ได้ใช้ได้หรือไม่? ตอบ: โดยปกติไม่ได้ บัตรของขวัญ Amazon ไม่สามารถคืนเงินหรือเปลี่ยนคืนได้เมื่อซื้อแล้ว ยกเว้นในกรณีที่กฎหมายกำหนด บางภูมิภาคอาจอนุญาตให้ยกเลิกได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ หากรหัสยังไม่ได้ถูกแลกใช้

ถาม: รหัสบัตรของขวัญของฉันใช้งานไม่ได้ ฉันควรทำอย่างไร? ตอบ: ตรวจสอบว่าคุณอยู่ในเว็บไซต์ Amazon ภูมิภาคที่ถูกต้อง, ตรวจสอบการพิมพ์ผิด (โดยเฉพาะเลข 0 กับตัว O หรือเลข 1 กับตัว I/l), ยืนยันว่าบัตรยังไม่ถูกแลกใช้ และติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ Amazon พร้อมหลักฐานการซื้อหากปัญหายังคงอยู่

ถาม: ฉันสามารถใช้ยอดเงินบัตรของขวัญร่วมกับบัตรเครดิตตอนชำระเงินได้หรือไม่? ตอบ: ได้ Amazon จะหักยอดเงินบัตรของขวัญก่อน แล้วจึงเรียกเก็บส่วนที่เหลือจากวิธีการชำระเงินสำรองของคุณ ซึ่งระบบจะทำให้อัตโนมัติ

ถาม: ฉันสามารถส่งบัตรของขวัญ Amazon ให้เพื่อนในต่างประเทศได้หรือไม่? ตอบ: ได้ แต่บัตรต้องตรงกับหน้าร้านที่เขาใช้ ให้ซื้อบัตรจากเว็บไซต์ Amazon ภูมิภาคเดียวกับที่ผู้รับใช้ช้อปปิ้ง ไม่ใช่ประเทศที่เขาอาศัยอยู่ (ซึ่งบางครั้งอาจแตกต่างกัน)

ถาม: ยอดเงินบัตรของขวัญใช้จ่ายค่า Amazon Prime ได้หรือไม่? ตอบ: ได้ ยอดเงินสามารถใช้ชำระค่าสมาชิก Prime ทั้งแบบรายเดือนและรายปีในบัญชีภูมิภาคที่เชื่อมโยงกัน

ถาม: ฉันสามารถซื้อบัตรของขวัญใบอื่นโดยใช้ยอดเงินบัตรของขวัญได้หรือไม่? ตอบ: ไม่ได้ Amazon ไม่อนุญาตให้นำยอดเงินบัตรของขวัญไปซื้อบัตรของขวัญใบอื่น

ถาม: มีการจำกัดยอดเงินสูงสุดที่ถือครองได้หรือไม่? ตอบ: ขีดจำกัดจะแตกต่างกันไปตามภูมิภาค แต่โดยปกติจะสูงมาก (มักจะเทียบเท่าหลายหมื่นดอลลาร์) ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปของผู้บริโภค

ถาม: บัตร eGift จะส่งถึงผู้รับเร็วแค่ไหน? ตอบ: โดยปกติจะภายในไม่กี่นาทีหลังการซื้อ แม้ว่า Amazon จะระบุว่าอาจใช้เวลาถึง 5 นาที (หรือนานกว่านั้นในช่วงที่มีการใช้งานสูง เช่น Black Friday)

ถาม: ฉันสามารถตรวจสอบยอดเงินในบัตรโดยไม่แลกใช้ได้หรือไม่? ตอบ: คุณสามารถตรวจสอบรหัสได้โดยการลองแลกใช้ในบัญชีของคุณ ซึ่งหากรหัสถูกต้อง มันจะถูกเติมเข้ากระเป๋าเงินทันที ไม่มีฟังก์ชัน "ตรวจสอบยอดเงินโดยไม่แลกใช้" แยกต่างหากสำหรับบัตรที่ยังไม่ได้แลก

บทสรุป

บัตรของขวัญ Amazon เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงกับ "เงินสดดิจิทัลสากล" มากที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ตปัจจุบัน สำหรับใครก็ตามที่ช้อปปิ้งใน Amazon เป็นประจำ บัตรนี้เป็นเครื่องมือวางแผนงบประมาณที่สำคัญ เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยแทนการใช้บัตรเครดิต และเป็นคำตอบมาตรฐานสำหรับคำถามที่ว่า "จะซื้ออะไรให้เขาดี?" ในเกือบทุกโอกาส จุดแข็งของมันคือการจัดส่งที่รวดเร็ว ไม่มีวันหมดอายุ เข้าถึงสินค้าได้มหาศาล ใช้กับค่าสมาชิกได้ และสะสมยอดเงินได้ ซึ่งข้อดีเหล่านี้มีน้ำหนักมากกว่าข้อจำกัดเพียงอย่างเดียวคือการล็อกภูมิภาค

ซื้อเลยถ้า: คุณช้อปปิ้งใน Amazon หลายครั้งต่อปี, ต้องการทางเลือกการชำระเงินแบบไม่ใช้บัตร, ต้องการของขวัญที่เชื่อถือได้สำหรับคนที่คุณเดาใจไม่ถูก, ต้องการจ่ายค่า Prime หรือ Audible โดยไม่ใช้บัตรเครดิต, จัดการรางวัลพนักงาน หรือต้องการจำกัดงบการใช้จ่ายใน Amazon สำหรับผู้ให้ของขวัญข้ามประเทศ เพียงสละเวลาห้านาทีเพื่อยืนยันหน้าร้านของผู้รับ คุณก็จะสามารถส่งของขวัญข้ามพรมแดนได้อย่างง่ายดาย

ข้ามไปเลยถ้า: คุณไม่ได้ช้อปปิ้งใน Amazon, คุณต้องการยอดเงินที่ถอนคืนได้หรือโอนย้ายได้, คุณต้องการบัตรที่ใช้ได้กับหลายเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ (บัตรนี้ใช้ได้เฉพาะ Amazon เท่านั้น) หรือคุณกำลังถูกจูงใจให้ซื้อจากผู้ขายบุคคลที่สามที่ไม่รู้จักพร้อมส่วนลดที่น่าสงสัย (เสี่ยงต่อการฉ้อโกงสูง) สำหรับคนอื่น ๆ ซึ่งเป็นนักช้อปออนไลน์ส่วนใหญ่ทั่วโลก บัตรของขวัญ Amazon ยังคงเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่ปลอดภัยและยืดหยุ่นที่สุด และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการให้ของขวัญและการวางแผนงบประมาณอีคอมเมิร์ซในทุก ๆ วัน

สำหรับรายการมูลค่า ดีไซน์ และตัวเลือกภูมิภาคทั้งหมด โปรดไปที่ส่วนบัตรของขวัญอย่างเป็นทางการที่ amazon.com และแลกรหัสผ่านหน้าการแลกใช้ของ Amazon เท่านั้นเพื่อให้ยอดเงินของคุณปลอดภัยที่สุด

AMAZON – Official Trailer (4K) 2025

รีวิวจากผู้เล่น

ให้คะแนนเกมนี้และแบ่งปันความคิดเห็นของคุณกับชุมชน